วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2553

ไมโครซอฟท์เผย"วิสต้า" ชื่อระบบปฏิบัติการใหม่

ไมโครซอฟท์เผย"วิสต้า" ชื่อระบบปฏิบัติการใหม่


ไมโครซอฟท์เผย"วิสต้า" ชื่อระบบปฏิบัติการใหม่25 กรกฎาคม 2548 22:38 น.เวบไซต์วอลล์สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า เมื่อวันศุกร์ (22 ก.ค.) ที่ผ่านมา บริษัท ไมโครซอฟท์ ประกาศชื่อระบบปฏิบัติการวินโดว์สเวอร์ชั่นใหม่ "วินโดว์ส วิสต้า" อย่างเป็นทางการ จากโค้ดเนมลองฮอร์น หวังจับใจผู้ใช้ได้มากขึ้น สลัดภาพการตั้งชื่ออิงเทคนิค เผยเตรียมส่งเวอร์ชั่นทดลอง 3 ส.ค.ให้องค์กรต่างๆ กว่า 500,000 ราย ก่อนดีเดย์จริงปีหน้า ไมโครซอฟท์ เผยว่าเป็นความพยายามของบริษัทที่ต้องการจะเชื่อมโยงตัวผลิตภัณฑ์ให้เข้าถึง ผู้ใช้มากขึ้น จากก่อนหน้านี้ ผลิตภัณฑ์ส่วนใหญ่ของไมโครซอฟท์มักตั้งชื่อตามลำดับเวลาออกสู่ตลาด เช่น วินโดว์ส 2000 หรือไม่ก็เป็นชื่อที่ตั้งตามข้อมูลทางเทคนิค เช่น วินโดว์ส เวอร์ชั่นมีเดีย เซ็นเตอร์ ขณะที่ผู้ใช้จำนวนไม่น้อยมองว่า คอมพิวเตอร์เปรียบเสมือนเครื่องสารพัดประโยชน์ ที่ไมโครซอฟท์กำลังพยายามจะเข้ามาจับตลาดด้วยระบบปฏิบัติการวินโดว์ส รวมถึงผลิตภัณฑ์อื่นๆ ไม่ได้เป็นเพียงพื้นฐานของเทคโนโลยีเท่านั้น แต่การตั้งชื่อแบรนด์ จะกระตุ้นความต้องการของผู้ซื้อได้ดีมากขึ้น โดยขณะนี้ ไมโครซอฟท์กำลังเผชิญความท้าทายใหม่ จากการที่ผู้ใช้เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับคุณค่าของสินค้าว่าดีเพียงพอกับ การใช้งานของตนหรือไม่ มากกว่าการรีบอัพเดทเวอร์ชั่นใหม่ เห็นได้ชัดเจนจากแบรนด์ดัง "ไอพอด" ของค่ายแอปเปิลที่กำลังไปได้สวยกว่าไมโครซอฟท์ รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีส่วนใหญ่ที่สามารถสร้างแบรนด์ให้เข้าถึงความรู้สึกของ ลูกค้าได้อย่างเหนียวแน่น นายเดวิด เพลสเค็ค ประธาน บริษัทเล็กซิคอน แบรนดิ้ง อิงค์ และผู้เชี่ยวชาญในการตั้งแบรนด์ให้กับบริษัทชั้นนำต่างๆ อาทิ แอปเปิล อินเทล ไมโครซอฟท์ กล่าวว่า จำนวนของบริษัทไอที ซึ่งรวมถึงยักษ์ใหญ่ไมโครซอฟท์ ต่างพยายามจะสรรหาชื่อแบรนด์สินค้าที่สามารถดึงดูดใจลูกค้าได้ ด้านนายแบรด โกล์ดเบิร์ค ผู้จัดการทั่วไปกลุ่มวินโดว์ส บริษัทไมโครซอฟท์ กล่าวว่า ชื่อระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นใหม่ที่ได้ถูกคัดเลือกมานี้มีความหมายแฝงที่ แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกมุ่งที่ลูกค้า ทั้งนี้ ระบบปฏิบัติการดังกล่าวภายใต้โค้ดเนมลองฮอร์น ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดเท่าที่มีมาของไมโครซอฟท์ หลังจากบริษัทส่งระบบปฏิบัติการวินโดว์สเอ็กซ์พีลงตลาดเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา และสามารถสร้างกำไรให้กับไมโครซอฟท์ได้อย่างมหาศาล ที่มา : กรุงเทพฯธุรกิจURL : http://www.bangkokbiznews.com/2005/07/26/w016l3_24079.php?news_id=24079
google_protectAndRun("ads_core.google_render_ad", google_handleError, google_render_ad);

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น